หนัง Action

หนัง Action

หนัง Action เรื่องย่อ THE MISFITS

หนัง Action  ภาพยนตร์แนวแอคชั่นระห่ำโลกเรื่องล่าสุดของเรนนี่ ฮาร์ลิน (จาก Deep Blue Sea, Cliffhanger) ชูทีมพยัคฆ์คนเลวระเบิดทำการชิงทรัพย์ข้ามโลกครั้งมหึมา นำโดยขโมยอัจฉริยะอย่าง ริชาร์ด เพซ (เพียร์ซ บรอสแนน) ที่แม้แต่เรือนจำที่มีระบบระเบียบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดยังหยุดเขาไว้มิได้ ภายหลังหลบหนีการไล่ล่าของตำรวจรวมทั้งเอฟบีไออย่างดุดัน เพซได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของกลุ่มโจรบุคคลภายนอกคอกในนาม The Misfits ทุกภารกิจของพวกเขาคือการปล้นเพื่อเอาคืนคนไม่ดี นำโดยริงหรูหรา (นิค แคนนอน) ไวโอเล็ต (เจมี่ ชุง)

เดอะ พรินซ์ (รามี จาเบอร์) แล้วก็วิค (ไมค์ แองเจโล) ร่วมด้วยโฮป ลูกสาวของเพซ (เฮอร์ไมโอนี่ คอร์ฟีลด์) แล้วก็การได้ตัวโจรตัวพ่ออย่าง เพซ มาร่วมทีมคราวนี้ จะก่อให้เกิดปฎิบัติการปล้นที่ลึกลับซับซ้อนพร้อมทั้งกลยุทธ์ล้ำลึกครั้งใหม่ของพวกเขา พร้อมปักหมุดให้ภารกิจครั้งนี้เป็นการชิงทรัพย์ครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ศตวรรษ วัตถุประสงค์คือโจรกรรมทองแท่งราคานับหลายล้านเหรียญจากชั้นที่อยู่ใต้ดินของคุกซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุดในโลก ทองแท่งเหล่านี้มันเป็นท่อน้ำเลี้ยงของ ชูลท์ซ เจ้าพ่อธุรกิจมืด ผู้ช่วยเหลือรายใหญ่ของแผนก่อการร้ายทั้งโลก  จัดเตรียมพบกับดำเนินการชิงทรัพย์ระห่ำแหกทุกกฎ ยกทีมบุคคลภายนอกคอกมากอบกู้โลก หนัง Action

หนัง Action

ซิ่งระห่ำข้ามทวีปจากแอลเอถึงดูไบพร้อมซุปเปอร์คาร์สุดเทวดา ลุ้นทุกวินาทีไปกับแผนลักที่คาดเดามิได้ใน The Misfitsอวัววิด 23 ไวรัสล้างโลก[br]Songbird เป็นหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสถานการณ์ Covid-19 ที่เกิดขึ้นจริงๆซึ่งกรรมวิธีเขียนบทและถ่ายทำ เกิดขึ้นในตอนสถานการณ์ Covid-19 จริงๆด้วย บอกเล่าเรื่องสมมุติในโลกอนาคตปี 2024 เมื่อไวรัส Covid-23 กลายพันธุ์ทำให้มีคนเสียชีวิตทั้งโลกไปหลายร้อยล้านคน

ทั้งโลกก็เลยจำต้องอยู่ในสภาวะล็อคดาวน์ห้ามผู้ใดกันออกไปไหน แม้ฝ่าฝืน รัฐบาลก็สามารถกำจัดทิ้งได้ในทันที เว้นเสียแต่แต่ว่าผู้ที่มีภูมิต้านทานเพียงแค่นั้น ซึ่งดารานำชายของเราแสดงโดย K.J. Apa เป็นชายผู้มีภูมิคุ้มกัน กำลังจะออกไปช่วยแฟนสาวสวมบทบาทโดย Sofia Carson หลังจากที่เธอถูกสงสัยว่าติดโรคร้าย กำลังจะถูกข้าราชการพาตัวไปยังสถานที่กักกันนี่ไม่ใช่หนังระทึกขวัญ ไม่ใช่หนังเอาชีวิตรอดจากโรคระบาดอะไรขนาดนั้น

แต่มันคือหนังรักที่มีแบ็คเกรียวกราวในตอนการระบาดของไวรัสร้ายต่างหาก และไม่ใช่เรื่องราวความรักของคู่พระ-นางแค่นั้น มันยังมีหลายหัวข้อ เรื่องราวความอ้างว้างที่นำคนมาพบกัน ครอบครัวบาดหมางที่ข้างชายออกไปเป็นชู้ตอนโควิด ความรัก ที่หนังเพียรพยายามจับเอามาเกี่ยวข้องกันแบบไม่สำคัญ หลายๆจุดก็ดูฝืนๆและก็ที่สำคัญไม่ว่าจะเรื่องราวของตัวละครไหนก็ตาม มันไม่ได้อินเลยนิดหน่อย ให้ย้ำเรื่องราวคู่พระ-นาง เพิ่มมิติ เพิ่มบท

เพิ่มเรื่องราวให้พวกเขายังดีเสียกว่าแม้กระนั้นเรื่องราวของคู่พระ-นางก็ไม่มีความแตกต่างกัน หนังไม่ได้ทำให้เรารู้สึกอยากเอาใจช่วยทั้งคู่คนเลยแม้แต่น้อย ไม่อิน ไม่หวาน ไม่ซึ้ง ไม่อะไรเลย และยังไม่มีจุดที่ลุ้น ตื่นเต้น ระทึกอะไรเลยเช่นเดียวกัน แถมยังไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากความอันตรายของเชื้อไวรัสสักเท่าไหร่ด้วยสรุปแล้ว Songbird เป็นหนังที่ฉายถูกตอนแหละ ถ้าหากไม่ใช่ขณะนี้ก็ไม่เคยรู้จะไปฉายตอนไหนแล้ว แต่ว่าก็นะ…ไม่เวิร์คแหะ

The End of the Storm บอกเล่าการปรากฏความสำเร็จของสมาคมบอลลิเวอร์พูล

นี่เป็นการเปิดเผยสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังการคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 ในปีที่วงการกีฬาทั่วทั้งโลกหยุดชะงัก แฟนๆหงส์แดงได้เห็นทีมรักของพวกเขายกถ้วยแชมป์ลีกทีแรกในรอบสามสิบปีนักแสดงนำแสดง: พบร์เกน คล็อปป์, อลิสซอน เบ็คเกอร์, จอร์แดน เฮนเดอร์, เวอร์จิล ฟานไดก์, ซาดิโอ มาน, โรเบอร์โต เฟอร์มิโน, เซอร์ เคนนี ดัลกลิชควบคุมภาพยนตร์: เจมส์ เออร์สคินสารคดีหัวข้อนี้ได้ผู้จัดการทีมฟุตบอล เจอร์เกน คล็อปป์ และก็ตำนานสมาคม เคนนี ดัลกลิช เป็นผู้นำเสนอเรื่องราวที่ไม่เคยมีคนใดทราบ ร่วมด้วยการสัมภาษณ์นักเตะชุดใหญ่ของกลุ่มไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ซาดิโอ มาเน, โรเบอร์โต เฟอร์มิโน, เวอร์จิล ฟาน ไดก์, อลิสซอน เบ็คเกอร์ รวมไปถึงแฟนคลับผู้หลงใหลจากทั้งโลกหนังสารคดี The End of the Storm liverpool

The End of the Storm เป็นการเฉลิมฉลองให้กับความมีชัยที่เป็นจุดเริ่มการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งของสมาพันธ์หงส์แดง ผ่านความสามารถของผู้กำกับ เจมส์ เออร์สคิน (Billie, The Ice King, Le Mans: Racing is Everything, One Night in Turin) ซึ่งได้ไอเดียมาจากเรื่องราวอันน่าดึงดูดของสมาคม “Rwanda Reds”ที่เป็นการรวมกลุ่มของแฟนๆหงส์แดงในเมืองคิกาลี

สาธารณรัฐรวันดา กับการที่พวกเขาใช้บอลเพื่อเยียวยารอยแผลจากการฆ่าล้างเชื้อสายในปี 1994 ซึ่งผู้คนแชร์ความรักต่อทีมลิเวอร์พูลมารวมตัวกันจนกระทั่งเสมือนเป็นครอบครัวลำดับที่สองของพวกเขา โปรเจกต์นี้คล้ายกับการวางแผนคว้าชัยชนะของคล็อปป์ โดยเริ่มถ่ายหนังท่ามกลางหายนะโรคระบาด ปัญหาต่างๆพร้อมกับความลังเลที่ไม่รู้จักด้วยซํ้าว่ากลุ่มจะคว้าแชมป์ได้หรือเปล่า…

Batman Begins โดย Poprock on FILM

คงไม่ต้องมีการประชาสัมพันธ์กล่าวอ้างคุณประโยชน์อีกแล้วสำหรับชื่อของ คริสโตเฟอร์ โนแลน หลังจากนำเอา Batman ซีรีส์กลับมา Reboot ใหม่หมด และแบ่งทำเป็นสามภาค “โนแลน” ก็กลายเป็นชื่อของผู้กำกับที่สร้างกางทแมนซีรี่ส์ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อย่างยิ่งจริงๆ ถึงแม้ว่าจะคุณเป็นแอนตี้แฟนแค่นไหน คุณก็จำเป็นต้องยอมรับว่า นี่เป็นความจริง การวางเส้นเรื่องสามภาค Batman ของโนแลน ทำให้เราทราบว่า เขาเป็นผู้กำกับที่ละเอียด ละเมียดละไม ในทุกส่วนของงานเลยทีเดียว ซึ่งแม้ภาค 2 อย่าง The Dark Knight จะเป็นภาคที่บรรลุผลสำเร็จมากที่สุด รวมทั้ง The Dark Knight Rises จะเป็นภาคที่คนพูดถึงแล้วก็เป็นกระแสเยอะที่สุด

แม้กระนั้นภาคที่น่าดึงดูดที่สุดในทัศนะผู้เขียนกับเป็นภาคแรกหมายถึงBatman Begins เป็นจุดกำเนิดของเรื่องราวทั้งสิ้น ที่โนแลนเล่าได้ละเอียด มีปูมเหตุที่น่าดึงดูดรวมทั้งทำให้หนังภาคต่อๆมาไม่มีที่ติเลยทีเดียว ความแค้นที่จำเป็นต้องสูญเสี ยครอบครัวตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

การสิ้นไปยังทำให้บรูซ เวย์นตระหนักว่า เมืองที่เขาอยู่ Gotham City มันเน่าเละ รวมทั้ง เลวร้ายจริงๆนอกเหนือจากการล้างแค้น สิ่งที่บรูซ เวย์น ใส่ใจได้เป็น มันไม่ใช่แค่ มิจฉาชีพกระจอกเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาจำเป็นต้องเสียครอบครัว แต่ว่าเป็นความไม่ดีที่ครอบงำเมืองนี้อยู่ต่างหาก นั่นทำให้เขาจำต้องยืนขึ้นต่อสู้ เพื่อป้องกันเมืองนี้ เมืองที่ครอบครัวของเขาอยากให้มันเป็นเมืองที่สุขสงบ

ไม่ใช่เมืองของปีศาจร้ายความอัศจรรย์ที่โนแลนทำในภาค Batman Begins ทำให้พวกเรามีความรู้สึกว่า นี่เป็น กางทแมน ที่ได้โอกาสเกิดขึ้นได้จริงๆในโลกนี้ ตัวละครเหมือนจริง มีแรงผลักที่สมเหตุสมผล และ ตรรกะความนึกคิดที่ชวนเชื่อตาม ไม่ใช่แค่กางทแมนที่เป็นตัวละครแฟนตาซี ที่ประสบพบเห็นได้เพียงแค่ในหนังการ์ตูน นี่เป็นการทำให้ผู้แสดง “แบทแมน” ได้กลับมาคืนชีพอีกที หลังจากเลือนหายไปตามกาลเวลาอยู่หลายสิบปีอีกหนึ่งหนังที่เป็นจุดเริ่มแรกของไตรภาคหนังวีรบุรุษรัตติกาลที่ยุค หนึ่งในงานมาสเตอร์พีซของ คริสโตเฟอร์ โนแลนกางทแมนบีกิน

สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก

โดย โรงภาพยนตร์ที่ 3 ที่นั่ง E12เค้าว่ากันว่าบ้านพวกเรานั้นถนัดนักสำหรับในการทำหนังอยู่สามชนิดตัวอย่างเช่น หนังผี ภาพยนตร์ตลก รวมทั้งหนังรัก แต่ว่าเอาเข้าจริงๆครับภาพยนตร์ไทยทั้งยังสามชนิดนี้ในช่วงขวบปีข้างหลังๆมาเนี่ยมันมีไม่กี่เรื่องแค่นั้นล่ะที่ผมคิดว่ามันดีเลิศจริงๆอย่างที่กล่าวอ้างกันมา และก็หนึ่งในนั้นเองก็คือหนังรักๆฟอร์มเล็กๆที่เกิดดังแบบเปรี้ยงปร้างขึ้นมาแบบไม่คาดคิดอย่าง “สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก” นี่เองขอรับซึ่งสามารถเข้าไปอยู่ในใจผมได้แบบไม่ยากเย็นเลยหากแม้แก่นของเรื่องจริงๆแล้วมันจะไม่ใช่อะไรใหม่สักหน่อยอย่างหัวข้อการแอบชอบ/ความเกี่ยวเนื่องในกรุ๊ปเพื่อนชายเพื่อนพ้องหญิง/ความเกี่ยวข้องในครอบครัว

แต่ว่าสิ่งจำเป็นที่ทำให้มันดีเลิศคือ ในตอนที่มันไม่ใหม่ แต่ว่ามันกลับมีการผสมผสานเรื่องราวในหลายๆประเด็นความเกี่ยวพันได้ลงตัวแบบกำลังพอดี ไม่เยอะ ไม่ล้น ไม่เฟ้อ รวมทั้งมันดู ”จริง” เอามากๆ(ยกเว้นช่วงท้ายนะแหม่๕๕๕๕)จนกระทั่งเหมือนเป็นตัวแทนภาพความจำของตอนขณะหนึ่งในชีวิตว่าพวกเราก็เคยทำอะไรอย่างนี้นี่หว่าและทำให้พวกเราอินได้โดยง่ายอย่างยิ่งจริงๆ (ตรงจุดนี้ต้องดูใบเฟิร์นรวมทั้งมาริโอ้ด้วยนะที่แสดงได้ดิบได้ดีจริงๆซีนรับรักเอาไปสิบดาว) รวมทั้งเนี่ยแหละเป็นสิ่งที่ผมอยาจะเห็นการแวดวงภาพยนตร์ไทยบ้านพวกเรา เป็นไม่ต้องไปพยายามจะทำอะไรเกินตัวหรอก แค่มุ่งพัฒนาในสิ่งที่พวกเราเพียงพอทำเป็นอย่างการขัดเกลาบทให้มันดีๆแน่นๆเข้าไว้ก่อน เท่านี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วขอรับ

https://miramar-rangers.com/

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *