รับ ผลิต อาหาร เสริม

รับ ผลิต อาหาร เสริม

รับ ผลิต อาหาร เสริม

รับ ผลิต อาหาร เสริม สร้างแบรนด์ตัวเอง ไม่ใช้ว่าจะง่าย แบรนด์ของสินค้าก็คล้ายคลึงกันกับมนุษย์ เป็นสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมีลมหายใจ ที่จำต้องได้รับการเลี้ยงดูเพื่อความมีชีวิตรอดไม่ได้ต่างอะไรจากการอุปถัมภ์ค้ำชูเด็กคนหนึ่งให้เจริญเติบโตในอนาคต จะดีหรือเปล่าดีก็อยู่ที่การเอาใจใส่ แม้กระนั้นในหลายๆครั้ง ก็ต้องสารภาพว่าแบรนด์ก็ถูกทำให้ปล่อยปละละเลยหรือถูกละเลยไป ไม่ว่าจะเป็น การที่ผู้ประกอบธุรกิจขาดเผชิญกาณ์ หรือ มองข้ามข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆในหนแรกไป รับผลิต อาหาร เสริม กระทั่งเกิดปัญหาที่ 2 ปัญหาที่ 3 ตามมา แปลงเป็นเชือกที่ถูกปมขมวดไว้หลายทบ วุ่นวาย แล้วก็จำต้องใช้เวลาสำหรับเพื่อการแก้ สมมติว่าปัญหานั้นมันได้เกิดขึ้นแล้ว คุณจะทำเช่นไรเพื่อป้องกันไม่ให้แบรนด์ของคุณที่สร้างมาพร้อมกับมือพังทะลายซึ่งๆหน้า? รวมทั้งนี่คือ 7 ปัญหาที่ต้องเตรียมรับมือที่อาจเกิดขึ้น เมื่อเริ่มสร้างแบรนด์

คุณหมอยูมิสรุปให้พวกเราฟังว่า ขั้นตอนสำคัญสำหรับการผลิตครีมสำหรับดูแลผิว

มีหัวหัวใจสำคัญๆอยู่คือ สูตรที่ใช้เพื่อการผลิต, Active Ingredient ที่ใส่ในครีม เครื่องสำอาง, Sterile Technique การบรรจุไม่มีเชื้อโรค, สารต้องห้าม สารอันตรายจำต้องรู้, ข้อบังคับ เลขทะเบียน ใบสุทธิ อย.เครื่องสำอาง จากกระทรวงสาธารณสุข หลักๆเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจ ครีมที่มีไว้สำหรับบำรุงผิว เครื่องแต่งหน้าจะต้องทราบ สรุปว่ากว่าจะได้โลชั่นบำรุงผิว เครื่องแต่งหน้าสักชิ้น บริษัทจะต้องมีขั้นตอนต่างๆโดยประมาณ 9 ขั้นในการเริ่มผลิตเครื่องแต่งตัวดังนี้ค่ะ

1.วางแผนระบบงานทั้งหมด

จุดหมายคือ เพื่อเป็นการจัดระบบการจัดการภายในให้กำเนิดสมรรถนะสูงสุด แผนก Research & Development (R&D) เป็นแผนกที่บริษัทผลิตเครื่องแต่งตัวจะต้องมีเพิ่มต่างจากบริษัทอื่นๆสำหรับผู้หญิงที่ต้องการเป็นขี้เถ้าแก่เอง บางทีอาจสงสัยว่า พวกเราจำเป็นไหมที่จะจำต้องดำเนินงานจัดแจงทั้งหมดทุกอย่างเองหมด ถ้ามีงบลงทุนน้อย ดังเช่น ไม่มีงบสำหรับการซื้อเครื่องมือในการผลิตและก็ศึกษาค้นคว้า ไม่มีรถ, แรงงานด้านระบบคมนาคมและก็กระจัดกระจายสินค้า

จะแก้ปัญหานี้ยังไง ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลหรือกลุ้มใจจ้ะ สิ่งต่างๆกลุ่มนี้ คุณสามารถ “จ้าง” โรงงานรับผลิตครีม รวมทั้งเครื่องสำอาง ทำแทนได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะในส่วนของการผลิต รับ ผลิต อาหาร เสริม การศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัย ควบคุมประสิทธิภาพ หรือระบบการขนส่งกระจัดกระจายผลิตภัณฑ์ พวกเราสามารถว่าจ้างให้โรงงานรับผลิตครีม หรือบริษัทรับผลิตครีมทำแทนได้หมด โดยการทำในชื่อ Brand ของพวกเราเองจ้ะ

2.กำหนดขอบเขตธุรกิจ

ข้อนี้คงจะไม่มีความต่างจากธุรกิจทั่วไปสักเท่าไรจ้ะ เราต้องกำหนด Scope ว่าธุรกิจของเรา จะมีสินค้าอะไรบ้าง และก็มีแบรนด์อะไรบ้าง มีบริษัทแม่อย่างเดียว ควรมีบริษัทลูกไหม กลุ่มเป้าหมายของลูกค้าเป็นกรุ๊ปไหน จะผลิตเองสิ่งเดียว หรือนำเข้าเครื่องสำอาง จากต่างแดนด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

3.คิดแผนกลุ่มสินค้าที่อยากผลิต

ถัดไปเราจะต้องกำหนดว่าพวกเราจะผลิตอะไร เป็นเวชสำอาง ผลิตภัณฑ์สำหรับการบำรุงรักษาผิวกรุ๊ปไหน 
หรือเครื่องแต่งตัว make up โดยธรรมดาเราจะแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็นกลุ่มต่างๆ

4.ศึกษาค้นคว้า ปรับปรุง คิดค้นสูตรตำรับ

ขั้นตอนนี้แหละจ้ะ สำคัญที่สุด !!! ที่ทำให้แบรนด์แต่ละแบรนด์แพงและชื่อเสียงต่างกัน โดยทั่วไปบริษัท โรงงานรับผลิตครีม เครื่องแต่งตัว จะต้องมีทีมงานวิจัยแล้วก็ปรับปรุงสูตร เรียกว่ากลุ่ม R&D (Research and Development) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการสร้างสรรค์แล้วก็ก่อตั้งสูตรตำรับ ที่เหมาะสมกับความจำเป็นของลูกค้า

แต่ละแบรนด์ก็มีสูตรแตกต่างออกไป รวมทั้งสูตรพวกนี้แบรนด์ต่างๆก็จะหวงนักหวงดก จะต้องเก็บเป็นความลับเลยค่ะ เพราะว่าเป็นจุดขายของสินค้านั้นๆผู้ที่ทำหน้าที่สำหรับเพื่อการคิดสูตรเครื่องแต่งตัวพวกนี้ ก็ควรมีความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่ององค์ประกอบในสูตรว่า มีหน้าที่อะไร มีคุณสมบัติอย่างไร จะต้องใช้รูปร่างสำหรับการผสมมากแค่ไหน เหมาะสมกับสินค้าที่ตลาดอยากหรือไม่ หลังจากนั้นก็เลยเริ่มมาทดลองทำในระดับ Lab scale และก็พัฒนาสูตรให้สมควรทั้งยังประสิทธิภาพ สี กลิ่น ก่อนที่จะเริ่มผลิตจริงค่ะ

5.แนวทางการผลิต

เมื่อคิดค้นสูตรตำรับที่สมควรแล้วก็ถึงเวลาที่จะเริ่มผลิตจริงในระดับอุตสาหกรรมแล้วละค่ะ ซึ่งควรมีการควบคุมแนวทางการผลิตให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด ควรมีการควบคุม
ตัวแปรต่างๆให้สมควร ดังเช่นว่า การแปดเปื้อนของเชื้อ ความชื้น ความคงตัว รวมทั้งอื่นๆอีก
จำนวนมาก ซึ่งการสร้างในระดับอุตสาหกรรมนั้น จำเป็นต้องอาศัยเครื่องไม้เครื่องมือ และเครื่องใช้ไม้สอยที่ซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่เราอยากได้ผลิตด้วย

6.กรรมวิธีการควบคุมประสิทธิภาพ

พอเพียงผลิตเสร็จ ก่อนที่จะจำหน่ายสินค้าออกสู่ตลาด เราควรจะมีการควบคุมคุณภาพอยู่เสมอ ที่เรียกกันว่า QC (Quality Control) โดยจะต้องมีการวิเคราะห์คุณสมบัติภายนอก ลักษณะด้านกายภาพ แล้วก็ลักษณะทางเคมีของผลิตภัณฑ์ เอาง่ายๆก็คือ ดูคุณภาพ สี กลิ่น เนื้อ ความสะอาด การแปดเปื้อนของเชื้อ

และอื่นๆอีกมากมาย เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่พวกเราผลิตขึ้นมานั้น มีคุณสมบัติถูกตามที่เราปรารถนาหรือเปล่า อย่างเช่น การสร้างครีม ก็จำเป็นที่จะต้องตรวจทานลักษณะเนื้อครีมว่าผสมเหมาะดีหรือเปล่า มีความหนืดสมควรหรือไม่ นอกเหนือจากนั้นหากมีการผสมสารสำคัญ (Active Ingredient) ก็จะต้องมีการพิจารณาจำนวนของสารสำคัญว่า ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ ฯลฯ

7.การจัดการเกี่ยวกับระบบการบรรจุ

อันนี้เป็นอีกสิ่งที่เราไม่สามารถลืมได้จ้ะ เนื่องจากระบบการบรรจุที่ดี การล้างขวดด้วยระบบละอองน้ำ การอบแห้งด้วยตู้อบระบบลมร้อน hot air oven และการบรรจุด้วยวิธีที่ไม่มีเชื้อ sterile technique นับเป็นหัวใจสำคัญในแนวทางการผลิตที่สำคัญขั้นตอนหนึ่ง ด้วยเหตุว่าทำให้ครีม เครื่องแต่งหน้าไม่มีการแปดเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย, เชื้อรา ทำให้สามารถเก็บรักษาครีมได้อย่างมีประสิทธิภาพและก็ทำให้ครีมมีอายุการใช้แรงงานนานขึ้น

8.การจัดการเกี่ยวกับข้อกฎหมาย

ข้อนี้สำคัญไม่แพ้ ขั้นตอนการสร้างสรรค์ สูตรรวมทั้งวิจัยเลยจ้า ด้วยเหตุว่า จะทำเครื่องแต่งตัวมานั้น ต้องนึกถึงผู้ใช้ด้วย ไม่ใช่คิดจะเอาแต่กำไร ขายได้อย่างเดียว ต้องมีจริยธรรมค่ะ ด้วยเหตุดังกล่าววิธีการทำเครื่องแต่งหน้าจะถูกควบคุมโดยพ.ร.บ. เครื่องแต่งตัว พ.ศ. 2535 เกี่ยวกับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รับ ผลิต อาหาร เสริม และก็พระราชบัญญัติคุ้มครองปกป้องลูกค้าพุทธศักราช 2522 เกี่ยวกับการโฆษณาซึ่งผู้ประกอบธุรกิจ แบรนด์ต่างๆต้องเรียนข้อกำหนดกฎหมายให้ละเอียดรอบคอบ ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขึ้นทะเบียน อย.ให้ถูกสำคัญมากจ้ะ

9.การตลาด

แนวทางการทำธุรกิจจำเป็นต้องมีตลาดรองรับซึ่งตลาดเครื่องแต่งหน้าเป็นตลาดที่กว้างใหญ่มากมายแล้วก็มี
หลายระดับ ซึ่งแบรนด์ต่างๆก็จะมี Brand Positioning ของตนเอง ว่าจะเจาะกรุ๊ปลูกค้า
ระดับไหน ยกตัวอย่างเช่น จะขายลูกค้า ตลาดบน ตลาดกลาง ตลาดด้านล่าง ขายครีมออนไลน์ ขายครีมบน Facebook IG สุดแต่เงินลงทุน การกำหนดราคา แล้วก็ทักษะของแต่ละแบรนด์

เป็นยังไงบ้างคะ ยากเย็นเพียงใดกว่าจะได้เครื่องสำอางออกมาให้เราได้ทดลองซื้อลองใช้สักชิ้นหนึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีสูตรกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกันๆกันออกไปทำให้ครั้งคราวราคามันดูต่างกันกระทั่ง ทำให้เรามึนว่าของแบบเดียวกันฉันจะซื้อที่แพงๆนี้ดีไหมนะ

7 ปัญหาที่ผู้ครอบครองแบรนด์บางทีอาจพบ

1.ปัญหาโรงงานผิดนัด

“โรงงานผิดนัด” เป็นปัญหาที่เจ้าของธุรกิจมีโอกาสสำหรับในการพบสูง มีผลเสียเป็นทอดๆทั้งยังฝ่ายลูกค้าและผู้แทน เนื่องจากต่างก็คอยสินค้า เรื่องนี้บอกเลยจำเป็นต้องจัดการกับการเสี่ยงให้ดี เรื่องการบริหารสต๊อกสินค้าก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ไม่สมควรละเลย

2.ปัญหาการทำบัญชี

“ก็ได้ผลกำไร แม้กระนั้นเพราะเหตุไรตังค์มันไปไหนหมดไม่รู้เรื่อง” คำถามนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย แม้มีการทำบัญชีไว้ตั้งแต่ต้น วิธีการทำบัญชีเป็นเรื่องจำเป็นมาก มันเป็นสิ่งที่ทำให้รู้ว่าเราลงทุนอะไร ได้กำไรเท่าไหร่ ตลอดจนจะจัดแจงหาทุนหมุนเวียน ถ้าเกิดจัดแจงงานด้านบัญชีดีๆปัญหาของธุรกิจก็จะลดน้อยลง ช่วยลดการเสี่ยงในธุรกิจที่ยังอาจมองไม่เห็น รวมทั้งชีวิตเจ้าของธุรกิจก็จะง่ายดายมากยิ่งขึ้นเยอะแยะ

3.การตัดราคา

ปัญหาด้านในสมาชิกขายสินค้าตัดราคากันเอง ในฐานะผู้ครอบครองแบรนด์ต้องควบคุมและก็มีการจัดการให้ดี และก็ยิ่งธุรกิจคุณได้เปิดหาตัวแทนขายที่มีแม่กลุ่มหลายท่าน อาจเกิดเหตุการณ์ที่ว่าแม่ทีมของธุรกิจ เกิดอยากเป็นเจ้าของแบรนด์เสียเอง ผลที่ตามมา คือ ถูกดึงลูกค้าของพวกเราไป คราวนี้เสียทั้งลูกค้ารวมทั้งเกิดการขายลดราคาที่ต้องหาวิธีรับมือให้ดี

4.กระแสหาย

เมื่อมีกระแสก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เป็นเรื่องธรรมดาของการตลาด แต่เมื่อใดที่กระแสดคอยปก็เกือบจะตั้งตัวไม่ทัน ผลิตภัณฑ์หลายตัวเปิดตัวได้อย่างสวยงามได้ยอดจำหน่ายเป็นกอบเป็นกำ แต่ไม่นานนักก็จำต้องคิดมาก เพราะได้สั่งผลิตไว้ ไหนของที่สต๊อกไว้เป็นอย่างมากอีก จะเอาไงดี เหมือนเป็นโจทย์อันท้าทายว่าจะทำเช่นไรให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ..แม้ไม่อยู่ในกระแส

5.ของขาดสต๊อก

ปัญหาสินค้าขาดสต๊อก ของไม่พอขาย ฯลฯ ผู้ประกอบกิจการรายใหม่มักเผชิญการเสี่ยงของปัญหานี้มากยิ่งกว่าเจ้าของแบรนด์ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจมานาน เป็นเนื่องจากยังขาดประสบการณ์สำหรับการคาดการณ์ความปรารถนาของลูกค้า หรือ มิได้มีเงินทุนหมุนเวียนหรือเงินทุนสำรองมากสักเท่าไรนัก แล้วก็ถ้าเกิดวางแผนไม่ดีสั่งมามากก็ทำขาดทุนเอาได้เหมือนกัน

6.โดนคู่ต่อสู้จู่โจม

โดนคู่แข่งจู่โจม เป็นการแข่งขันทางการตลาด อยากที่จะให้มองดูในมุมว่าเป็นกลอุบายในการแข่ง การต่อสู้อาจมีแนวโน้มเข้มข้น หรือ เกิดการออมชอมร่วมมือกันในบางเรื่องบางราว เราสามารถโต้กลับได้ผ่านการวางแผนเพื่อจู่โจม รวมทั้งจำไว้ว่าคู่แข่งขันที่ดีนั้นจึงควรไม่ต่อสู้นอกกติกา ไม่ฝ่าฝืนหลักคำสอนอันดี รับ ผลิต อาหาร เสริม พร้อมที่จะปรับนิสัย หากพบเจอการต้านทาน หรือปัญหาอะไรก็แล้วแต่จากคู่ต่อสู้ สู้ไปพร้อมกับการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ยังคงมีความน่านับถือ

7.โดน copy สินค้า

“ทำแบรนด์เอง แต่โดนก็อป เอายังไงดี?” ถ้าประสบปัญหานี้ในอนาคต ติดต่อกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือ ติดต่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญาผ่านทางสื่อโซเชียลออนไลน์อย่าง Facebook ได้

เพื่อหาทางปรับแต่งในอนาคตว่าควรทำยังไงต่อไป ดีมากยิ่งกว่าจะปลดปล่อยให้สินค้าของตนเองถูกละเมิดลิขสิทธิ์หมายถึงไม่สมควรปล่อยไป ไม่ควรอยู่เฉยต่อการเช็ดกละเมิดลิขสิทธิ์ อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องบางส่วน ผู้กระทำผิดควรใช้เพื่อเป็นตัวอย่างของสังคม เจ้าของแบรนด์สามารถฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายได้ อย่าลืมเก็บหลักฐานต่างๆเพื่อใช้ประกอบสำหรับการฟ้อง นอกเหนือจากนี้สิ่งที่จดแจ้งจะได้รับการปกป้องในอนาคตและไม่เป็นของสาธารณะ เช็คเรื่องสินค้าเป็นทรัพย์สินทางปัญญา แล้วก็จดแบรนด์ตราให้ดีๆก่อนทำธุรกิจ

กลับสู่หน้าหลัก https://miramar-rangers.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *